ความดันโลหิตสูงบริจาคเลือดได้ไหม และโรคไหนอีกบ้างที่ห้ามบริจาค

ความดันโลหิตสูงบริจาคเลือดได้ไหม และโรคไหนอีกบ้างที่ห้ามบริจาค


ความดันโลหิตสูงบริจาคเลือดได้ไหม และโรคไหนอีกบ้างที่ห้ามบริจาค

สิ่งที่ควรรู้ก่อนการไปบริจาคเลือด และโรคที่ห้ามบริจาคเลือด

การบริจาคเลือดหรือการบริจาคโลหิตเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่มีไม่กี่คนหรอกใช่ไหมครับที่เคยบริจาคเลือด แม้ว่าจะมีหลาย ๆ มหาลัยที่มีการเปิดบูทรับบริจาคเลือดแต่ส่วนมากก็มักจะเดินผ่าน ซึ่งผมเองก็เป็น 1 ในนั้น ส่วนหนึ่งไม่ใช่อะไรนะ ผมกลัวเข็มนี่สิ แต่ผมก็เคยไปบริจาคนะหลังจากที่ไปอ่านข้อดีหลาย ๆ อย่างของการบริจาคเลือด

การบริจาคเลือดเป็นอันตรายไหม

การบริจาคเลือดไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะจะนำเลือดส่วนเกินของร่างกายไปบริจาคให้กับผู้อื่น โดยสามารถบริจาคได้ 3 เดือนต่อครั้ง หากเกินกว่านั้นทางโรงพยาบาลจะไม่แนะนำ

ข้อดีของการบริจาคเลือด

การบริจาคเลือดจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน และสามารถช่วยชีวิตผู้อื่นได้มากกว่า 3 ชีวิต

– เกล็ดเลือด นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคไข้เลือดออก มะเร็งเม็ดเลือดขาว

– เม็ดเลือดแดง นำไปรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ผู้ป่วยสูญเสียเลือดจากการผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ

– พลาสมา นำไปรักษาผู้ที่มีอาการช็อกจากการขาดน่ำ ผลิตเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ และอื่น ๆ

การเตรียมตัวก่อนบริจาคเลือด

  1. พักผ่อนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
  2. ตรวจสอบตัวเองว่าไม่ได้ป่วย หากมีการใช้ยาให้แจ้งแพทย์ผู้ตรวจคัดกรองสุขภาพ
  3. หลีกเลี่ยงการทานอาหารไขมันสูงก่อนมาบริจาค
  4. ดื่มน้ำก่อนบริจาคโลหิต 30 นาที ประมาณ 3 – 4 แก้ว
  5. งดดื่มแอลกอฮอล์ภายใน 24 ชั่วโมง
  6. งดสูบบุหรี่และหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง

ความดันสูงบริจาคเลือดได้ไหม

หากผู้ป่วยความดันได้รับการรักษาจนควบคุมความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ Systiltic ไม่เกิน 160 มม.ปรอท และความดันโลหิต Diastolic ไม่เกิน 100 มม.ปรอท และร่างกายปกติดีไม่มีโรคอะไรแทรกซ้อน สามารถบริจาคโลหิตได้ตามปกติ

ตรวจความดันตัวเองง่าย ๆ ด้วยนวัตกรรมใหม่ Air Pump จาก Hcare 

Hcare เป็นนาฬิกาเพื่อสุขภาพที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีอยู่แล้วโดยเฉพาะในเรื่องของการวัดความดัน ในปัจจุบัน Hcare ได้มีฟังก์ชันใหม่ที่สามารถใช้วัดความดันได้แม่นยำมากขึ้นกับ Air Pump ซึ่งจะใช้เซนเซอร์ PPG และการวัดด้วยแรงบีบข้อมือ(ให้อารมณ์เหมือนวัดกับเครื่องวัดที่โรงพยาบาล) เป็นแบรนด์แรกของประเทศไทยที่มีฟังก์ชันนี้ในรุ่น Hcare Wise

โรคไหนบ้างที่ห้ามบริจาคเลือด

– โรคเบาหวาน สามารถบริจาคได้แต่ต้องไม่ฉีดอินซูลิน และไม่มีโรคแทรกซ้อน

– โรคไขมันในเลือดสูง สามารถบริจาคได้ แต่ต้องไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดในสมอง หรือ เส้นเลือดหัวใจอุดตัน

– โรคไทรอยด์ ถ้าระดับฮอร์โมนปกติไม่มีการรับยาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ หรือแพทย์อนุญาตให้หยุดรักษา 2 ปี ก็สามารถบริจาคเลือดได้ แต่ถ้าเป็นไทรอยด์มะเร็ง หรือโรคภูมิคุ้มกันจะไม่สามารถบริจาคได้

– โรคลมชัก หากหยุดยาเป็นเวลา 3 ปี และมีใบรับรองแพทย์ผู้ป่วยสามารถบริจาคได้

– โรคมะเร็งทุกชนิด แม้ว่าจะรักษาหายแล้วก็ไม่สามารถบริจาคได้

– โรควัณโรค จะสามารถบริจาคได้ก็ต่อเมื่อรักษาจนหายแล้ว หยุดยาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

– โรคหอบหืด วันที่มาบริจาคจะต้องไม่มีอาการถึงจะบริจาคได้

– โรคตับอักเสบ ตับอักเสบ A เมื่อหายแล้วสามารถบริจาคได้ แต่ถ้าเป็น B กับ C งดบริจาคถาวรแม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม

– โรคไข้หวัด ไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา บริจาคได้หลังหายแล้ว 1-2 เดือน

– โรคมาลาเลีย สามารถบริจาคได้หากรักษาหายแล้ว 3 ปี

– Covid-19 งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน

 

นอกจากหากมีการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่ ไม่ควรมาบริจาคโลหิต และจะสามารถมาบริจาคได้เมื่อหยุดยาแล้ว 7 วัน ส่วนผู้ที่ใช้ยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดข้อ ก็ควรหยุดยาอย่างน้อย 2 วันก่อนมาบริจาค

หากใครคิดจะไปบริจาคเลือดเราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และหากใครที่ไม่แน่ใจว่าวันนั้นความดันของตัวเองจะขึ้นมากน้อยขนาดไหนมี Hcare ติดตัวไว้จะวัดเวลาไหนก็สะดวก อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ตื่นเต้นเวลาไปถึงโรงพยาบลา มี Hcare ไว้อุ่นใจชัวร์